บัวกระด้งปลูกอย่างไร?

บ่อบัวกระด้งสมัยใหม่ รับออกแบบบ่อบัวกระด้ง

บัวกระด้งปลูกอย่างไร?

บัวกระด้ง หรือเรียก บัววิคตอเรีย ( Royal water-lily, Victoria ) เป็นบัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสายพันธุ์บัวทุกชนิด มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ จัดเป็นพืชน้ำล้มลุกที่มีรากอวบขาวจำนวนวนมาก และลำต้นหรือเรียกหัวบัวอยู่ในดินใต้น้ำ มีก้านใบแทงผ่านน้ำ และมีหนามยาวทั่วก้าน และส่วนใบที่อยู่เหนือน้ำ ใบมีลักษณะวงกลม กว้างประมาณ 1-2 เมตร ขอบใบตั้งขึ้นเหมือนกระด้ง สูง 2-4 นิ้ว จึงเป็นชื่อที่คนไทยเรียกว่า บัวกระด้ง ใบด้านบนที่เป็นใบอ่อนจะมีลักษณะสีน้ำตาล ใบด้านบนที่เป็นใบแก่จะมีสีเขียวสด สีใบด้านล่างจะมีสีน้ำตาลแดง และตั้งแต่ส่วนที่พับเป็นขอบจนถึงส่วนด้านล่างใบที่อยู่ในน้ำจะมีหนามทั่วทั้งใบ

 ดอกมีสีขาว และเปลี่ยนเป็นสีชมพู ชมพูเข้ม จนถึงม่วงแดง ตามอายุของดอก ผิวของกาบดอกที่หุ้มดอกจะมีหนาม เมื่อบานกาบดอกจะลอยบนน้ำ และชูดอกบานไว้ด้านบน ดอกจะบานในช่วงพลบค่ำจนถึงรุ่งเช้า และส่งกลิ่นหอมเมื่อเข้าใกล้

 เมล็ดจะอยู่ในฝักบัว เมล็ดอ่อนจะมีสีขาว ต่อมาเป็นสีเขียว และเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลจนถึงแก่จัดจะออกดำ ขนาดเมล็ดประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร เมล็ดที่แก่จะใช้สำหรับการเพาะขยายพันธุ์

 บัวกระด้ง ถือเป็นบัวที่ใช้เป็นไม้ประดับในสระหรือหนองน้ำเท่านั้น ไม่สามารถปลูกในกระถางได้ ดังนั้น จึงมักพบได้ในหนองน้ำขนาดใหญ่ สวนหย่อมที่มีสระน้ำ เป็นบัวที่มีลักษณะแปลก แกละแตกต่างจากบัวสายพันธุ์อื่นๆ และเพาะขยายพันธุ์ได้ยาก

การปลูกบัวกระด้งหรือบัววิคตอเรีย
การขยายพันธุ์บัวกระด้งจะใช้วิธีเพาะเมล็ดเท่านั้น ไม่ใช้วิธีการแยกเหง้าหรือหน่อเหมือนบัวหรือพืชน้ำสายพันธุ์อื่น เพราะบัวกระด้งจะไม่มีการแตกหัวหรือแยกเหง้า จะมีเพียงหัวบัวเพียงหัวเดียวเท่านั้น และตามธรรมชาติแล้งบัวกระด้งจะขยายพันธุ์เองด้วยเมล็ดแก่ที่หล่นลงน้ำเท่านั้น

วิธีการเพาะขยายพันธุ์อาจแบ่งออกเป็น 4 แนวทาง คือ

  1. การเพาะขยายพันธุ์ด้วยกระถางบนบก

ใช้กระถางพลาสติกหรือกระถางดินเผาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร โดยก้นกระถางต้องไม่มีรู

จัดวางกระถางในที่ร่มหรือมีแสงแดดรำไร เช่น ใต้ร่มไม้

นำดินผสมปุ๋ยคอกใส่ในกระถางประมาณ 3 ใน 4 ส่วน แต่แนะนำให้นำดินจากก้นบ่อธรรมชาติที่มีบัวขึ้น และนำน้ำจากบ่อดังกล่าวจะเป็นการเอื้อให้มีสภาวะที่เหมาะแก่การงอกของเมล็ดมากกว่า

เทน้ำใส่กระถางให้เต็มจนล้น พร้อมนำเมล็ดโรยใส่กระถางประมาณ 3-5 เมล็ด

การดูแลไม่มีขั้นตอนอะไรยุ่งยาก ที่สำคัญต้องไม่ให้แดดส่องกระถางมากจนทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูง และคอยเติมน้ำในกระถางให้เต็มตลอด และที่สำคัญต้องระวังไม่ให้น้ำเน่า โดยเฉพาะการใส่ปุ๋ยคอกในดินมากหรือมีใบไม่ร่วงทับถมจนเน่าเสีย ซึ่งเมื่อเมล็ดงอกจนแทงใบพ้นน้ำแล้วให้นำต้นอ่อนลงปลูกในบ่อทันที ด้วยการทุบกระถางในน้ำหรือนำต้นอ่อนออกจากระถางใต้น้ำ สำหรับกระถางที่มีเมล็ดงอกมากกว่า 1 เมล็ด ให้กำจัดเหลือเพียงหนึ่งต้นหรืออาจแยกปลูกในกระถางใหม่จะเป็นดีที่สุด

  1. การเพาะขยายพันธุ์ด้วยกระถางในน้ำ
    วิธีนี้จะใช้เพาะในแหล่งน้ำหรือบ่อดินตื้นความลึกไม่เกิน 1 เมตร ด้วยการวางกระถางที่ก้นบ่อ
    ใช้กระถางพลาสติกหรือกระถางดินเผาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับวิธีแรก
    นำกระถางวางที่ก้นบ่อ พร้อมขุดดินก้นบ่อใส่ประมาณ 3 ใน 4 ของกระถาง
    นำเมล็ดใส่กระถางประมาณ 3-5 เมล็ด โดยให้มีระยะห่างที่พอเหมาะ

การดูแลของวิธีนี้ที่สำคัญคือการดูแลไม่ให้น้ำในบ่อเกิดการเน่าเสีย และน้ำในบ่อควรใสเพื่อให้มองเห็นว่าเมล็ดงอกแล้วหรือไม่ หากน้ำขุ่นมากอาจลำบากต่อการสังเกตุ แต่อาจใช้วิธีการงมสัมผัสแทน

เมื่อเมล็ดงอกแล้วจนลำต้นแทงสูงเหนือกระถางก็สามารถย้ายปลูกตามตำแหน่งต่างๆของบ่อหรือย้ายปลูกไปยังบ่ออื่นๆได้ แต่การย้ายปลูกที่บ่ออื่นจากวิธีนี้จำเป็นต้องปลูกทันทีเมื่อย้ายกระถางขึ้นจากบ่อหรืออาจนำกระถางใส่ในถังพลาสติกที่มีน้ำอยู่อีกทีหนึ่งสำหรับการเคลื่อนย้ายหรือต้องรอกนานหลายวันกว่าจะปลูกก็ได้

  1. การเพาะขยายพันธุ์ด้วยการแยกต้นอ่อน
    วิธีนี้ใช้การขยายพันธุ์จากต้นอ่อนที่เกิดในบ่อน้ำ ด้วยการหาต้นอ่อนใต้น้ำ และย้ายปลูกไปยังบ่ออื่นๆทันที วิธีการนี้จะใช้ได้ผลดี ไม่ยุ่งยากลำบากหากบ่อดินมีลักษณะตื้น และน้ำใสมองเห็นก้นบ่อ
  2. การเพาะขยายพันธุ์ด้วยการหว่านเมล็ด
    วิธีนี้เป็นการเพาะขยายพันธุ์ในบ่อที่ใช้ปลูกโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ประหยัดสุด และนิยมมากที่สุด ด้วยการนำเมล็ดที่แก่จัดแล้วมาหว่านลงบ่อในระยะห่างประมาณ 5-10 เมตร ต่อ 3 เมล็ด แต่การขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้จำเป็นต้องมีแหล่งน้ำหรือบ่อดินที่เอื้อต่อการเติบโตของบัว

 

 

โพสต์เมื่อ :
2562-12-16
 953
ผู้เข้าชม

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์